How to budgeting: วางแผนการเงิน 101 สำหรับเด็กจบใหม่เพิ่งมีเงินเดือน!

Share on facebook
Share on twitter
How to budgeting วางแผนการเงิน 101 สำหรับเด็กจบใหม่เพิ่งมีเงินเดือน #วางแผน

วางแล้วก็เข้าสู่ฤดูฝน ที่เป็นฤดูเปลี่ยนงานของพนักงานออฟิตผู้เชี่ยวชาญเพราะโบนัสออกแล้ว (ฮา) ที่นี้ น้องที่เพิ่งจบใหม่มาปีนี้ควรเรียนรู้วิทยายุทธ์อะไรจากรุ่นพี่เพื่อก็จะกลายเป็นรุ่นพี่ในปีหน้าที่มั่นคงแบบสุดๆ

เรื่องสำคัญที่ลืมไปไม่ได้เลยคือ การวางแผนการเงินรายเดือน โดยเฉพาะเดือนแรกนี้แหละ เริศสุดอะไรสุดแล้ว เพราะมันยังเวอร์จิ้นไม่ทันมีหนี้มีสิ้นอะไรไง วางแผนไปก็ไม่ได้เริ่มติดลบ !!!

เอาสูตรพื้นฐานคือ  “15 30 25 ” งงอ้ะดิ มันคืออะไร ส่วนแรกคือ ส่วนที่จะทำให้ทุกคนร่ำรวยคือ ส่วนของเงินออม จำไว้ ถ้าไม่มีภาระตามสูตรนี้มา คือ

เก็บเงินให้ได้ 15%รายได้ ให้เก็บ ถามว่าเก็บไว้ทำไม อย่างแรกคือ เก็บเพื่อให้เป็นเงินสำรองฉุกเฉินก่อน กันให้ได้อย่างต่ำสามเดือน

ใช้ได้เฉพาะกรณีการตกงานหรือการขาดรายได้จากอุบัติเท่านั้น!! ถ้าใช้เสร็จก็ต้องกลับมาเติมให้เติมเท่านั้น ห้ามเนียนลืมเด็ดขาด และกรุณาเก็บในที่แต่ถอนง่าย

เช่นบัญชีเงินฝากทั่วไป ที่ถ้าไปธนสาคารแล้วถอนได้เลย พวกสลากออมสินหรือธกส ก็ยังพอไหวนะแต่ถ้าถอนก่อนสามเดือนนี้จะโดนหักเงินนะจ๊ะ 

เพราะเงินก้อนนี้คือเงินรักษาสภาพคล่อง เราควรจะให้มันค้างอยู่ในนั้นนานเกินสามเดือนแล้ว เพิ่งทำงานเดือนแรกก็อย่างเพิ่งให้เค้าเชิญออกสิ เอาให้ผ่านโปรก่อน เดี๋ยวเสียประวัติ

หากทำก้อนบนสำเร็จแล้วค่อยโยกไปใส่ส่วนอื่นตามเป้าหมายต่อ เช่นsinking fund เพื่อเอาไว้กันค่าใช้จ่ายต่างๆเช่นค่ามัดจำย้ายที่พัก ค่าเรียนอัพสกิล ค่าเสื้อผ้าใหม่ ค่าโทรศัพท์ใหม่  ค่าหมอฟัน ค่าตรวจสุขภาพประจำปี แล้วแต่ชอบ

แต่หลักการคือเก็บก่อนใช้1 ปี เก็บปีนี้ ปีหน้าถึงใช้ได้ นะจ้ะ ของบ้างอย่างมันควรเปลี่ยนรายปี ก็ควรจะเตรียมเงินเอาไว้ล่วงหน้าเลยนะจ๊ะ  เช่นเดียวกัน อันนี้แนะนำให้ถอนยากขึ้นมาอีกสเตป จะได้ช่วยยับยั้งชั่งใจได้อีกเยอะ

สเตปต่อไปของเงินเก็บคือเงินลงทุนเพื่อการเติบโต ส่วนนี้ก็ไล่ไปว่าใครมีความจำเป็นอะไรบ้าง เช่นดาว์นบ้าน ดาว์นรถ เรียนป.โท ก็เขียนกำหนดเวลาและจำนวนปีที่เก็บลงไป

อันนี้แนะนำให้ไปศึกษากองทุนรวม

จะช่วยประหยัดและแล้วเพิ่มมูลค่าของเงินได้ที่มากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากที่น้อยกว่าเงินเฟ้อต่อปีอีกด้วยซ้ำ ฮื้อๆ

                30%  จ่ายหนี้ ถ้ามีหนี้หรือมีภาระที่ต้องส่งเสียอะไรจำเป็นต้องจ่ายไม่งั้นผิดกฎหมายในกรณีเงินกู้ หรือกลัวดอกเบี้ย บัตร ก็ใช้เงินส่วนนี้ไปจ่าย

แต่บอกเลย จ่ายเยอะขนาดนี้เหนื่อยมาอีกถ้าเงินเดือนยังไม่เกินสามหมื่นนะ อย่าเพิ่งเป็นหนี้อะไรเลย เดี๋ยวจะไม่พอกินพอใช้เอา 

จ่ายให้หมดให้เร็วที่สุด จากดอกเบี้ยมาไปน้อย ต่อรองเจ้าหนี้ หรือที่บ้าน ว่าให้ได้เท่านี้ถ้าเงินเดือนขึ้นจะให้เพิ่มก็ว่าไป และที่สำคัญ อย่าจ่ายเยอะกว่านี้เอาเงินไปเก็บหาทางทำมาหากินเพิ่มดีกว่า

                ส่วนสุดท้ายคือ25%คือ ค่าที่พัก ค่าที่พักในอุดมคติคือ ไม่เกิน 25%ของเงินเดือน เพราะอะไร ในกรณีที่มีบ้านอยู่แล้ว ถ้าคิดอยากลงทุนเพิ่มเติม หรือคนที่ไม่มีบ้านอยากมีที่อยู่ เลขนี้ช่วยได้เยอะ

เพราะ ถ้าไปกู้ซื้อบ้านหรืออคอนโด เลขที่เป็นเลขที่สวยมากถ้า เราเป็นคนจ่าย เพราะธนาคารจะมองว่าเรามีความสามารถในการผ่อนจ่ายอยู่แล้ว 

ดังนั้น เลือกที่พักที่เหมาะสมกับกระเป๋าตังด้วยนะจ๊ะ  ถ้าไม่ไหว ก็ลองหารูมเมทมาช่วยหาร เชื่อเถอะ เอาเงินที่เหลือไปทำอย่างอื่นดีกว่า

#การวางแผนการเงิน #เด็กจบใหม่

kphoton1

kphoton1

Leave a Replay

Follow Us

ผู้สนับสนุนที่น่ารักของเรา

ค้นหา ไลฟ์สไตล์

เทรนแฟชั่นใหม่ๆ สามารถนำมาทำให้เป็นการลงทุนได้ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า รองเท้า นาฬิกา หรือจะเป็นไลฟ์สไตล์ก็นำมาปั่นให้ราคาขึ้นได้