วิธีฉุดตัวเองออกจากความขี้เกียจ สร้างนิสัยใหม่ให้ตัวเอง

Share on facebook
Share on twitter
วิธีฉุดตัวเองออกจากความขี้เกียจ สร้างนิสัยใหม่ให้ตัวเอง #การลงทุนง่ายๆ

                  ในชีวิตของคนเราไม่ว่าใครก็ต้องมีบ้างที่มีความรู้สึกขี้เกียจเกิดขึ้น แต่คงไม่มีใครชอบที่ตัวเองเป็นแบบนั้นเพราะการขี้เกียจนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใคร ดังนั้นการหาวิธีฉุดตัวเองออกมา แล้วขจัดความรู้สึกนั้นออกไป สร้างนิสัยใหม่ให้กับตัวเอง ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำก่อนที่จะกลายเป็นนิสัยจนแก้ไม่ได้ในอนาคต

                  ความขี้เกียจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งในชีวิตประจำวันต่างต้องพบกับความขี้เกียจอยู่บ่อยครั้ง จนอาจจะก่อเกิดเป็นนิสัยที่แก้ไม่ได้ติดตัวไปในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการตื่นเช้าในวันแรกของสัปดาห์ อากาศที่เป็นใจ บางครั้งงานเดิม ๆ วางกองอยู่บนโต๊ะ ความอ่อนเพลียเหนื่อยล้าจากเรื่องต่าง ๆ ทำให้หมดแรง ขาดแรงจูงใจ หมดไฟ หรือต้องทนกับงานที่ไม่ชอบเป็นเวลานาน ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เรามีอาการขี้เกียจเกิดขึ้น ดังนั้นการขจัดนิสัยขี้เกียจให้ออกไปจากตัวเรามีอะไรบ้าง ลองค่อย ๆ ปรับนิสัยตามกัน

นิสัยขี้เกียจแก้ได้ เพียงดึงตัวเองออกมา

                  1. เตรียมร่างกาย เป็นสิ่งแรกที่ต้องทำในการขจัดความขี้เกียจคือเตรียมร่างกายให้พร้อมปรับเปลี่ยนนิสัยใหม่ โดยการตื่นนอนตอนเช้าออกกำลังกายแค่เพียงเล็กน้อยแค่ขยับแข้งขา หรือเดินเร็วประมาณ 10-20 นาที ก็จะช่วยลดความอ่อนเพลีย ทำให้จิตใจแจ่มใส ที่สำคัญห้ามอดอาหารเช้า ควรเลือกทานอาหารที่มีโปรตีน และเส้นใยสูง ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้มีสมาธิ และควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

                  2. เริ่มขจัดนิสัยขี้เกียจให้ถึงต้นตอ ต้องรู้ว่าการที่เราขี้เกียจนั้นเกิดจากความเหนื่อยล้า หากพยายามปล่อยวาง ผ่อนคลายอารมณ์ไม่มีความเครียดก็สามารถช่วยได้ การขาดแรงบันดาลใจก็เป็นส่วนหนึ่งของความขี้เกียจ ดังนั้นลองกลับมาคิดทบทวนกับตัวเองว่าสิ่งที่ทำนั้นทำไปเพื่ออะไร หาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ จากที่ใหม่ ๆ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่น ๆ ก็ได้ หรือที่ทำงานมีงานเยอะ ไม่ได้จัดระเบียบ ก็เป็นตัวการสำคัญของอาการขี้เกียจ เพราะหากไม่จัดระบบการทำงานให้ดี ยิ่งมีงานกองเต็มโต๊ะ เราก็ไม่อยากทำงาน แม้ความกลัวทำให้ขี้เกียจได้ หากความคิดของเรามุ่งแต่กลัวสิ่งต่าง ๆ ที่ยังไม่เกิดขึ้น เช่น ความล้มเหลว กลัวงานเสร็จไม่ทัน นอกจากนี้หากความกังวลก็จะยิ่งขาดแรงบันดาลใจจนไม่อยากทำอะไร เมื่อปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดเป็นนิสัย และกลายเป็นความเคยชิน

                  3. เปิดใจ ทำในสิ่งที่รักแล้วทำให้เกิดความสบายใจก็จะส่งผลให้ไม่ขี้เกียจ แต่หากสิ่งที่เราไม่อยากจะทำจะกองไว้อย่างนั้น ลองเปิดใจค้นหาข้อดีในสิ่งที่เราไม่ชอบ ปรับความคิด ก็จะช่วยให้เรามีแรงทำในสิ่งนั้นขึ้นมาได้

                  4. คุยกับตัวเอง หลายคนอาจจะมองว่าบ้า แต่กลับส่งผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ จะทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น เป็นแรงผลักดันให้ตัวเองให้มีความขยันได้

                  5. นึกถึงผลที่จะตามมา หากขี้เกียจอาจะส่งผลแย่ ๆ เกิดขึ้นได้ ยิ่งเป็นผลกระทบที่ร้ายแรงเกินกว่าจะรับมือ จะทำให้เสียโอกาสในหลาย ๆ เรื่องได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ขี้เกียจควรคิดทบทวนให้ดี

ขี้เกียจเกิดได้กับทุกคน แต่อย่าปล่อยให้เป็นนิสัย

              นิสัยและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันทำให้คนเราขี้เกียจ ซึ่งเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะมาจากความอ่อนเพลีย ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ เราจึงควรทำจิตใจให้ผ่อนคลายจากสิ่งต่าง ๆ หรือการที่เรารักความสบายมากเกินไปจนทำให้ผัดวันประกันพรุ่งเพื่อยืดเวลาแห่งความสุขที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ชั่วคราวเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ หรือแม้แต่อาการของความรู้สึกเบื่อ ไม่มีแรงจูงใจ ไม่ว่าจะเป็น เบื่อที่ทำงาน เบื่อคน รถติด บรรยากาศแสนวุ่นวายในระหว่างวัน ทุกสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวที่ฉุดให้เราอยู่ในวงวนของความขี้เกียจนั่นเอง

              ความขี้เกียจไม่ใช่เรื่องผิด แต่หากเรารู้ตัวเองว่ากำลังขี้เกียจอยู่ ควรรีบขจัดความรู้สึกนั้นออกไปโดยเร็วที่สูด อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะผลที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้เสียงาน เสียการเรียน หมดไฟที่จะสู้ต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่จะกลับมาใหม่ได้ยาก ดังนั้นควรรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สร้างนิสัยใหม่ให้กับตัวเองเริ่มได้แล้วตั้งแต่วันนี้

เครดิตภาพ : issue247.com / dooddot.com / sanook.com

#การลงทุนง่ายๆ #SME #ความขี้เกียจ

kphoton1

kphoton1

Leave a Replay

Follow Us

ผู้สนับสนุนที่น่ารักของเรา

ค้นหา ไลฟ์สไตล์

เทรนแฟชั่นใหม่ๆ สามารถนำมาทำให้เป็นการลงทุนได้ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า รองเท้า นาฬิกา หรือจะเป็นไลฟ์สไตล์ก็นำมาปั่นให้ราคาขึ้นได้